รู้ลึกรู้จริงเรื่อง ภาษีป้าย ประเภทต่างๆ


ว่าด้วยเรื่อง ภาษีป้าย นั้นทุกคนย่อมจะรู้จักกับมันแน่นอนและจะเป็นเรื่องปวดหัวและน่ากังวลอย่างมากสำหรับนักธุรกิจ พ่อค้าแม่ค้าต่าง และประสบปัญหากับมือใหม่แทบจะทั้งสิ้นเนื่องจากการคิดและวิเคราะห์ ภาษีป้าย บางครั้งไม่ได้จะตั้งใจจะเลี่ยง ภาษีป้าย แต่กลับต้องโดนข้อหาและตามปรับย้อนหลังเนื่องจากเพราะความรู้ของทุกคนไม่เทียบเท่ากัน ในเรื่องของ ภาษีป้าย และมันจะเป็นเรื่องที่เข้าใจยากมาก มีความหลากหลายมากมายหลายประเภท บางครั้งอาจจะทำให้เราที่จะเริ่มไม่มั่นใจว่าต้องจ่ายไปครบทุกประเภทหรือไม่ ขาดเหลือประเภทไหนหรือเปล่า และโดยเฉพาะ ภาษีป้าย รูปแบบหนึ่งที่จะทำให้คนส่วนมากจะไม่ค่อยจะรู้จักและมีความรู้ทุกคน ดังนั้นอยากให้ทุกคนมาเริ่มต้นศึกษากับภาษีป้ายกันเถอะ ประเภทนี้จะทำให้คุณอาจจะปลอดภัยเพิ่มมากขึ้นและจะไม่ต้องเสียใจต่อไป

ภาษีป้าย


ภาษีป้าย และมันจะเป็นเรื่องที่เข้าใจยากมาก มีความหลากหลายมากมายหลายประเภท บางครั้งอาจจะทำให้เราที่จะเริ่มไม่มั่นใจว่าต้องจ่ายไปครบทุกประเภทหรือไม่

ติดป้ายแบบไหนจะต้องเสียภาษีป้าย

ภาษีป้าย หมายถึง ภาษีที่จะจัดเก็บจากการแสดงป้ายโฆษณาที่มีชื่อ ยี่ห้อ หรืออาจจะเป็นโลโก้บนวัตถุใดๆด้วยตัวอักษรและภาพ โดยไม่ว่าจะเป็นบนป้ายทั่วไป หรือเป็นป้ายบิลบอร์ดตามตึกที่ทุกคนขับรถไปและมองเห็น หรือที่ชัดเจนบนทางด่วน ป้ายผ้าใบ หรือจะเป็นป้ายไฟ ที่ใช้เพื่อในการโฆษณาหารายได้ล้วนแล้วต้องเสียภาษี ป้ายทั้ง สิ้น

ติดป้ายแบบไหนไม่ต้องเสียภาษีป้าย

ตามหลักกฏหมายภาษีป้ายของประเทศไทยที่ต้องเสียภาษีป้ายคือต้องเป็นป้ายใดๆก็ตาม ที่แสดงสื่อถึงชื่อยี่ห้อ ที่ใช้ในการโฆษณาหรือสร้างรายได้บนวัตถุต่างๆ แต่ว่ากฏหมายยังมีข้อยกเว้นหลายข้อ ซึ่งยังเป็นผู้ประกอบการสามารถยังใช้วิธีเหล่านี้ในการติดป้ายแทนป้ายแบบทั่วไปได้ โดยที่ทุกคนจะไม่ต้องเสียภาษีด้วยวิธีการดังนี้

  1. ป้ายที่มีจุดประสงค์แสดงใว้ ณ โรงมหรสพและบริเวณของโรงมหรสพนั้นเพื่อเป็นการโฆษณามหรสพ
  2. ป้ายเพื่อการแสดงใว้ที่สินค้าหรือที่สิ่งหุ้มห่อหรือบรรจุสินค้า
  3. ป้ายเพื่อการแสดงใว้บริเวณงานที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราว
  4. ป้ายเพื่อการแสดงที่คนหรือสัตว์
  5. ป้ายเพื่อการแสดงใว้ภายในอาคารที่ใช้ประกอบการค้าหรือจะเป็นการประกอบกิจการอื่นๆ ที่ภายในอาคารซึ่งจะเป็นที่รโหฐาน
  6. ป้ายของทางหน่วยงานราชการส่วนกลาง หรือ ราชการส่วนภูมิภาคหรือราชการส่วนท้องถิ่นตามกฏหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
  7. ป้ายของหน่วยงานองค์การที่จัดตั้งขึ้นตามกฏหมายของประเทศไทยว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาลหรือตามกฏหมายว่าด้วยการนั้นๆ และหน่วยงานที่นำรายได้เข้าหน่วยงานรัฐ
  8. ป้ายของทางโรงเรียนเอกชน ตามกฏหมายของประเทศไทยด้วยโรงเรียนเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ตามกฏหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
  9. ป้ายเพื่อผู้ประกอบการเกษตรซึ่งค่าผลผลิตอันเกิดจากการเกษตรของตน
  10. ป้ายของทางวัดหรือผู้ดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์แก่การศาสนา หรือการกุศลสาธารณะโดยเฉพาะ
  11. ป้ายของสมาคมหรือมูลนิธิ
  12. ป้ายตามกำหนดของหน่วยงานกฏกระทรวง

โดยทั้งหมดแล้วอยากแนะนำให้ทุกคนได้ศึกษาและลองคิดวิเคราะห์กับป้ายโฆาณาของกิจการของแต่ละคนให้ดี เพื่อการประหยัดรายจ่ายของกิจการได้เยอะ

อัตราภาษีป้าย

การที่จะคำนวณภาษีป้ายส่วนนั้นจะสามารถเรียกเก็ฐตามพื้นที่ของป้ายโฆษณานั้น ในอัตราของป้ายแต่ละประเภทโดยจะแบ่งป้ายโฆษณาออกไปเป็น 3 ประเภทดังรายการต่อไปนี้

ป้ายโฆษณาประเภทที่ 1

อัตราภาษี 3 บาท ต่อ 500 ตารางเซนติเมตร ป้ายประเภทที่หนึ่งนี้ต้องเป็นป้ายที่มีข้อความเป็นภาษาไทยเท่านั้น ห้ามมีสิ่งอื่นเด็ดขาด

ป้ายโฆษณาประเภทที่ 2

อัตราภาษี 20 บาท ต่อ 500 ตารางเซนติเมตร ป้ายประเภทที่สองนี้ต้องเป็นข้อความภาษาไทยปนภาษาต่างประเทศ หรือจะเป็นการปนกับภาพและเครื่องหมายอื่นๆเพื่อความสวยงามได้

ป้ายโฆษณาประเภทที่ 3

อัตราภาษี 40 บาท ต่อ 500 ตารางเซนติเมตร ป้ายประเภทที่สามนี้จะมีภาษาไทยเพียงบางส่วนหรือไม่มีภาษาไทยเลย หรือจะเป็นกรณีที่จะมีภาษาไทยนั้นจะเข้าข่ายประเภทที่ 3 เท่านั้นในเมื่อข้อความภาษาไทยทั้งหมดหรือจะเป็นบางส่วนในแต่ละตำแหน่งของป้ายโฆษณาก็ตามที่ต่ำกว่าข้อความภาษาต่างประเทศ

โทษปรับถ้าหากเลี่ยงการชำระภาษีป้าย

1.ไม่สามารถยื่นแบบภาษีป้ายภายในกำหนดระยะเวลา มีค่าปรับ 10% ของภาษีป้ายที่จะต้องชำระ

2.ยื่นแบบภาษีป้ายไม่ถูกต้องตามแบบฟอร์มทำให้เสียภาษีป้ายน้อยลง และนอกจากจะต้องภาษีเพิ่มแล้ว ยังสามารถทำให้โดนปรับอีก 10% ของค่าภาษีประเมินเพิ่มเติมได้อีกด้วย

3.หากเลี่ยงการไม่ชำระภาษีตามกำหนดเวลา จะปรับเพิ่มในอัตรา 2% ของภาษีที่จะต้องชำระ